yuttana's profileรอได้มั๊ยถึงจะแสนนาน มอง...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 14 เอ้า..!! เชิญพี่น้อง..555และแล้ววันนี้...ละครพลุ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มันก็ได้เริ่มมีความเป็นไปได้แล้ว....อย่างน้อยๆ ก็ ประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์....เยอะมากมาย..หุหุหุหุหุหุ
วันนี้เรามีโครงเรื่องของละคร อาทิตย์หน้าเดินหนังสือเกี่ยวกับโครงการของ สสส. มันจะได้รึป่าวกันนะ..
โครงการละครของเรามันจะเข้าข่าย ขออนุมัติเงินจาก สสส. ได้รึป่าววว...ก็ยังไม่รู้...ต้องลองๆ..5555
ฝันต่อไปๆ.....ถ้าไม่ฝันมันก็ไม่มีเเรงที่จะทำงานต่อ...ฝันเข้าไว้ๆฝันถึงด้านดีๆของมัน..ให้กำลังใจตัวเอง
ว่าที่ พลุนัด ที่ 9...เจ้าจะได้จุดพลุ 10 นัด แล้วส่งต่ออุดมการณ์..ของคณะให้น้องรุ่นต่อไปรึป่าวนะ
มันก็คงต้องวัดดวงกันหล่ะที่นี้......หุหุหุหุหุหุหุหุ... summer ที่สุดแสนจะหฤโหด สำหรับการเตรียมงานละคร
เมษายน สรุปเนื้อหาของละคร โครงเรื่อง บท prouction ต่างๆ แผนการทำงาน หาสปอนเซอร์ช่วยงาน
พฤษภาคม ส่งโครงการ เตรียมงานโปรโมตละคร ติดต่อขอสปอนเซอร์ต่างๆ..555.....ฝันเอาไว้ๆจะได้มีแรง
ฝันถึงวันที่แสดงละครวันสุดท้ายเข้าไว้ๆ...นึกถึงวันสุดท้ายที่พลุทั้ง 10 นัด จะพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้ามหาสารคาม
..
..
.
.
.
.
.
.
.
..
.
.
.
.
เป็นการเตรียมงานที่โหดจริงๆ...ทุกอย่างต้องเสร็จก่อนเปิดเรียน...เหนื่อยไว้รอได้เลยกู
ตอนนี้เพื่อนที่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เหลือน้อย......พากันไปหาฝึกงานกันหมด
5555555.....ต้องงี้ดิ....เหลืออยู่ประมาณ 10 กว่าคน ที่สเเตนบายอยู่ที่นี้เพื่อเตรียมงาน
เหนื่อยกันหน่อยนะครับ.....โดยเฉพาะตัวมึงเองแหละบักยุทธนา...มึงต้องดูเรื่องเอกสารนะอย่าลืมจุดนี้
ส่วนทีมหาสปอนเซอร์ก็คงจะไม่ต่างกันมาก......จะไปหาได้จากไหนเนี้ยยยยยยยยยยย..!!!
big c one to call ร้านเฮียวัฒน์ เสริมไทยพลาซ่า อะไรอีกหล่ะ .....55 ถ้าได้ 2 รายแรกคงจะดี
2 ราย แลก ขอซักรายละ 3 หมื่นๆ....คงจะดีไม่ใช่น้อยๆ.....ส่วนร้านเฮียวัฒน์มันโดยตรงอยู่แล้ว..อิอิอิอิ
.
.
.
. สู้กันต่อไปๆ...เรื่องยุ่งๆมันยังมีอีกเยอะนะ..ถ้าเทียบกับระยะเวลาที่เหลือ 7-8 เดือนนับจากนี้เป็นต้นไป..... March 12 ต้องโทษตัวเองเสียดายจิงๆ.....เสียดายมาก...เสียดายโคตรๆ
ลืมคิดไปซะสนิท..." นั่นรุ่นน้องนะเว่ยเฮ้ย "
พลาดจนได้กู..ไม่น่าคิดเเหกกฏตัวเองเลย
มันจะมองกูยังไงวะเนี้ยทีนี้....แมร่งหนิ.
กวนตีนไปซะเยอะ...เกรียนไว้เพียบ..สุดๆ
นี้ถ้าไม่โดนเพื่อนด่าคงคิดไม่ได้มั๊งกู
sad เลยกรู...เซ็งจิต ถ้าไม่เพราะได้ใจ
เหลิง คงน่าจะไปได้สวยกว่านี้..ไม่น่าเลย
เสียดายหว่ะ...จากนี้คงแย่หว่ะ..สมเพสตัวเอง
จะมองหน้ากันติดป่าววะ..อยากหายสาบสูญซัก 20 ปี
คงอีกนานกว่าจะได้พูดกันอีกครั้ง..555
ขนาดถามในเอ็มยังไม่ตอบเราซักคำ..หนักจิงๆ
เก็บไว้เป็นบทเรียน...พลาดเรื่องเดิมๆทำไม่คิด
เก็บเอาไว้ถึงจะนานแสนนาน..เก็บไว้กับตัวเองต่อไป
จมอยู่กับมันต่อไป...โทษอะไรไม่ได้นอกจากตัวเอง
รอจนกว่าจะถึงวันนั้นเเล้วกัน...แต่คงอีกนาน..วู้ววว ซู๊ดจ๋ายยยย..!! February 28 ผ่านไปนานแสนนานแต่มันกลับสั้นนิดเดียวเวลาผ่านไปนับไม่ถ้วนกับการหลงไปกับ hi5 1 ปีพอดีที่ไม่ได้อัพไม่ได้มาบ่นใน space ของตัวเอง
มีเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมามากมายนับไม่ถ้วนที่ผ่านมาในช่วง 1 ปีที่มันผ่านมาทั้งเรื่องดีและไม่ได
หลายรสชาติหลากหลายอารมณ์....ทั้งสุข ทั้งทุกข์ หัวเราะ เซ็งสุดๆ ท้อเเท้และสิ้นหวัง..55555
ที่มันได้ผ่านเข้ามา ทั้งเรื่องการเรียนที่จะรอดเเหล่ไม่รอดเเหล่หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปยังที่ต่างๆ
ทั้งในและนอกประเทศ..พบเจอเพื่อนมากมายมากหน้าหลายตาทั้งคนไทย ฝรั่ง จีน มาเล สิงคโปร์
ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดประสบการณ์ในเรื่องสาขาวิชาชีพ....ก็ดีมากๆเลยหล่ะ
1 ปีที่นานนะที่ไม่ได้เข้ามาในที่ตรงนี้แต่มันกลับเร็วมากๆ...กับเวลาที่ใช้ชีวิตผ่านไปในแต่ละวัน
ผ่านไปแป๊บเดียว..ปีหน้าก็ต้องทำละครเวทีเเล้ว...เฮ้อออออออ..!!!~ ปวดสมอง จิง....
มันจะได้ทำรึป่าววะเนี้ย...5555...แต่คิดว่าก็คงได้ทำอยู่หรอกมั๊ง...หวังว่านะหวังว่าจะได้ทำ
พ้นปีนี้ไปก็ขึ้นปี 4 เพื่อนๆหลายๆก็จบกันจะหมดเเล้วเหลืออยู่แค่ไม่กี่คน...ที่แน่ๆปีหน้ารับปริญญาบักต้น
ถ้าผ่านปีหน้าไปได้เราก็ขึ้นปี 5 ปีที่วุ่นวายสุดๆกับการวัดดวงว่าจะจบหรือไม่จบด้วยการทำวิทยานิพนธ์ ให้ตายสิ..!!!~..พับผ่า...อยากทำ the sis ที่ อ. ปาย หว่ะ แต่หัวข้อจะผ่านรึป่าวยังไม่รู้
รุ่นพี่ที่คณะก็จบออกไปเรื่อยๆ รุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ๆก็เยอะซะจนจำกันไม่ได้จนพูดได้เต็มปากแล้วว่า
เด็กถาปัด สารคาม เปลี่ยนไป จากเคยรู้จักกันทุกชั้นปี จากเคยสนิทกันทุกชั้นปีทุกวันนี้มันไม่ใช่อย่างนั้น
มันแทบจะไม่เหลือแล้วความสัมพันธ์ของพี่น้องที่เคยสนิทสนมกันเหมือนก่อน......น่าเสียดายจิงๆถ้าสิ่งเหล่านี้จะหายไป
สิ่งที่เราภาคภูมิใจ...ความสัมพันธ์ดีๆที่คณะเรามีแต่คณะอื่นไม่มี...ความภาคภูมิใจตรงนั้นมันเริ่มจะหายไปแล้ว
ระยะเวลาแค่ 2 ปี เปลี่ยนคณะเราได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย....!!! ..ให้ตายเหอะแล้วอนาคตข้างหน้าจะเป็นไงวะไม่อยากจินตนาการ
กลับมารับปริญญาคงได้บูมกันเองแล้วหล่ะม๊างงงงง....55555555 ( คิดเเล้วเศร้าใจ )
.
.
.
.
.
.
.บ่นเรื่องเครียดๆมามากแล้ว พอดีกว่า
February 23 อยาก.......ช่วงนี้มองเห็นอะไรๆก็อยากได้อยากมีไปหมด
เหอะๆๆๆๆๆ....สมเพสตัวเองชิบหาย..555
เห็นกล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ๆออกมาก็อยากได้
ทั้งที่ตัวเองไม่มีเงินซักบาทเงินเก็บก็มีนิดเดียว
2พันได้มั๊งดีไม่ดีไม่ถึงด้วยซ้ำ...แต่ราคากล้องสูงลิบ
ลองคุยกับพระมารดาแกก็บอกง่ายๆอยากได้หาตังซื้อเองโตแล้ว
....555555ต้องงี้ดิ....ถึงจะเรียกของจริง
กล้องถ่ายรูปๆๆๆ...นิกอน แคนนอล ...อยากได้จังเลบวุ๊ย
ช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดี๋ยวนี้มีอะไรใหม่ออกมายั่วน้ำลายเยอะแยะ
กลองชุดตัวใหม่ๆกฌออกมาตีตลาด
รุ่นเก่าๆที่เคยเล็งไว้ราคาก็ลดลงมาอีก
แน่ะ....อยากได้อีกแล้ว...แต่ไม่รู้ถ้าซื้อมาจะเอาไปวางไว้ไหน
ห้องก็แคบๆ...ไว้บ้านก็นานๆทีถึงจะได้ตี
เงินก็ไม่มี...แต่ก็เสือกอยากได้โน้นอยากได้นี่
คิดแล้วสมเพสตัวเองหว่ะ..555555555
February 12 อืมมมมม...ไร้สาระกับชีวิตมาพักใหญ่ๆว่ากันว่านะ...อันนี้เขาพูดไว้อีกทีนึง
จริงรึเปล่าไม่รู้หรอก
เป็นปรัชญาของเซนได้อ่านแล้วมันโดนใจดี
แบบว่าอ่านเจอโดยบังเอิญมากกว่า
5555....ก็เลยจำมาบอกเล่ากันต่อ
เรื่องมันมีอยู่ว่า
.
.
.
พวกเราทั้งหลายล้วนแต่ไร้ซึ่งชีวิต
นับแต่เราถือกำเนิดเกิดมา
มรณะทั้งหลายนั้น
ล้วนแต่อยู่เบื้องหน้าการก่อเกิดทั้งสิ้น
หากการมีชีวิต
คือการรับรู้บางสิ่งเรื่อยไปแล้วไซร้
สิ่งที่เราจักได้รับรู้ในห้วงสุดท้ายนั้น
ก็มิใช่สิ่งใดอื่นนอกจากมรณะ
ได้ค้นพบมรณะ
ได้รู้แจ้งมรณะ
นั่นแหละไซร้คือมรณะ
การมีชีวิตอยู่ทุกขณะจิต
ล้วนแล้วแต่เป็นไป
เพื่อรับรู้ถึงมรณะ
เรียนรู้ถึงมรณะ
พวกเราทั้งหลายมิควรรับรู้สิ่งใด
นอกจากมรณะ
ผู้ที่ไม่อาจเป็นใหญ่เหนือกว่ามรระ
ย่อมมิควรรับรู้สรรพสิ่งใดๆ
.
.
.
เหมือนกับเขาสอนให้เรา
มีชีวิตอยู่เพื่อเรียนรู้ที่จะตาย
เตรียมพร้อมที่จะตายในทุกขณะ
รึเปล่าไม่รู้นะ
เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมาย
January 04 ปีใหม่.....อิอิอิอิปีใหม่ปีนี้.....กับการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่
ที่จะจำในใจไปอีกนานเท่านาน
กาลครั้งหนึ่งวันนี้ราคือผู้พิชิต 1864 โค้ง
ออกเดินทางจากมหาสารคามวันที่29ตอน 13.00
ขับไปเรื่อยๆประมาณ 100 กว่าๆ
แวะพักเหนื่อยกันที่ อำเภอหนองเรือ
ออกเดินทางกันต่อประมาณ 4โมงเย็น
และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้
น้ำมันเครื่องไม่ปั๊มขึ้นมาเลี้ยบงฝาสูบ
โอ้ววววววววว...ชิท..!!!แม่งซวยฉิบหาย
แล้วก็ต้องประเดิมยกรถขึ้นหลังรถเซอร์วิส
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์...นับตั้งแต่ขับคันนี้มา 3 ปี
เซ็งๆๆๆๆ....บอกได้คำเดียวว่าเซ็ง
เก็นคนอื่นๆเขาได้ขับรถกัน...กูน้ำตาแทบไหล
นั่งเซ็งอยู่หลังรถกระบะ....เหอะๆๆๆ
จนถึงเชียงใหม่....ค่อยได้ซ่อม
เปิดออกดูถึงกับอ้าปากค้าง...เชี้ย..!!
ลูกสูบติด แหวนตาย กระเดื่องสึก แคมพ์พัง
เสื้อสูบลาย.....นั่งงมรถตัวเองตั้งแต่บ่ายโมงกว่าๆ
และแล้ว 4 โมงเย็นกว่าๆสวรรค์ก็เข้าข้าง
รถเรากลับมาวิ่งได้อีกครั้ง...55555555
หมดตังไป เกือบพัน กับการซ่อมรถ
เป็นอันว่าคืนนั้นต้องนอนที่เชียงใหม่
เช้าวันต่อมาก็ออกเดินทางจากเชียงใหม่
กะไปเค้าดาวกันที่แม่ฮ่องสอน..
กับระยะทาง 200 กว่ากิโลอันสุดโหด
รถก็ยังไม่ค่อยจะสมประกอบ
ลูกสูบก็ทำท่าว่าจะติดชับเร็วมากก็ไม่ได้
ทางก็โหด ชันก็ชัน มีแต่โค้งหักศอก
บางช่วงขึ้นเขาไม่ได้..ต้องเดินเกียร์ 1 แล้วเข็นขึ้น
เอาวะ....วัดใจกับรถไปเรย..5555
กระท่อนกระแท่นมาจนถึง อำเภอ.ปายได้แบบหวุดหวิด
อากาศดี บรรยากาศเยี่ยม ผู้คนเป็นมิตรดีมากๆ
รถก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง...พร้อมเดินทางต่อ
เสียดายไม่มีโอกาสนอนที่ ปาย เพราะเวลามีน้อย
จากนั้นก็ยิงยาวเข้าแม่ฮ่องสอนต่อ
ทางมา อ. ปาย ที่ว่าโหดไปแม๋ฮ่องสอนยิ่งโหดกว่า
แต่บรรยากาศสวยงามอย่าบอกใคร
ถึงแม่ฮ่องสอนตอน 4 โมงเย็นหาที่พักกันนานมาก
นักท่องเที่ยวก็เยอะ...แต่ก็รับรู้ได้ถึงความน่าอยู่ของเมือง
อาหารการกินก็ถูก ธรรมชาติสวยงาม
ห้อมล้อมด้วยภูเขาและทะเลหมอกสวยงามมากๆๆ/ๆ
ใครที่ยังไม่เคยไปแนะนำนะ หาโอกาสไปซะ
ถึงจะไม่ได้เค้าท์ดาวที่ปายแต่ทดแทนกันได้ที่แม่ฮ่องสอน
ตื่นมาตอนเช้าของวันที่ 1 ประมาณตี 5
สภาพที่เห็นคือ เมืองทั้งเมืองปกคลุมด้วยหมอก
หนามากๆ.....เกิดมาเพิ่งเคยเห็นสวยงามไปอีกแบบ
รู้สึกประทับใจนึกขึ้นมาว่าต้องหาเวลาว่างไปอีกรอบ
ประมาณ 2 โมงเช้า..ไปเที่ยวต่ออีกแถวๆแม่ฮ่องสอน
ไปหมู่บ้านกระเหรี่ยงห่างจากตัวเมืองแค่ไม่ถึง 10 กิโล
แล้วก็ขับรถกลับมาตามเส้นทางเดิม แวะซื้อของฝากที่ ปาย
ถ่ายรูป กินข้าว พักเหนื่อย เหล่สาวๆที่มาเที่ยว
แล้วก็ขับรถยิงยาวกลับมานอนที่ลำปาง
ถึงลำปางตอน ทุ่มกว่าๆ...แต่ละคนหมดสภาพ
ได้สถานที่นอนสุดหรูหน้าสถานีรถไฟ
เก๋ไก๋ ไปอีกแบบ...เป็นประสบการณ์ชีวิต
ว่าครั้งหนึ่งกูเคยนอนหน้าสถานีรถไฟ..555
ตื่นมาตี 4 เก็บของเตรียมออกเดินทางกันต่อ
อากาศก็หนาวโตคร อยู่แม่ฮ่องสอนกลับไม่หนาว
ค่อยๆคืบคลานออกมาขับมาเรื่อยๆเพราะหนาว
หนาวจริงๆ....ใส่เสื้อ 5 ตัวขับรถก็ยังหนาว
ขากลับแวะเที่ยวตามทางตามอุทยาน
ถ่ายรูปนิดหน่อยแล้วเดินทางมาเรื่อยๆ
ผ่านทุ่งแสลงหลวง ผ่าน น้ำหนาว
กลับมาถึงสารคาม 2 ทุ่ม ถ่ายรูปปิดการเดินทาง
แล้วก็แยกย้ายกลับมานอน นอน แล้วก็นอน
ปีหน้าเจอกันใหม่ ขึ้นเหนืออีกรอบ
แต่คราวนี้ไปแม่สาย ภูชี้ฟ้า..55555555
การเดินทางคราวนี้เป็นอะไรที่ครบทุกรสชาติ
ทั้งเจ็บ เซ็ง เหนื่อย มันส์ สะใจ สนุก ประทับใจ
ไปอีกครั้งแน่นอนกับแม่ฮ่องสอน...สวยงามๆ
ทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต มิตรภาพของคนท้องถิ่น
December 14 ........ย๊ากสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส......ส์
แมร่งเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย......ยยยยย
ไอ้พวกเหี้ย.....เศษสวะของสังคม.....
มึงจะอะไรกันนักหนาวะ......สัดเอ๊ย December 06 ....แมร่งงง...แสรดดดดดดด
ส่ง project สปาเพื่อชุมชน
อาทิตย์หน้า...แบบร่างแม่งยังไม่ถึงไหนเรย
โอยยยยย....กูขี้เกียจทำงานนนนนน
อ๊ากกกกกกกกกกส์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
งานก็เยอะ....สั่งมาๆสั่งมาอีกจารย์
สั่งมาอีกเยอะๆ..เอาให้ตายคาโต๊ะเขียนแบบไปเลยเป็นไงจารย์
ย๊ากส์ๆๆๆๆๆๆๆ...กูอยากไปเที่ยวววววววว....
กูอยากไปนั่น กูอยากไปนี่ กูอยากทำรถให้เสร็จแล้ววว
โว้ยยย...เบื่อออออ...เซ็งงงงงงงง
เป็นห่าเป็นเหวเป็นเหี้ยไรวะ
แมร่งขี้เกียจทำงานนนนนน
December 03 โลกใบนี้คุณคิดว่าโลกใบนี้ที่คุณอยู่มันคืออะไรในความคิดของคุณ
บางคนอาจจะคิดว่าเหมือนกับห้องสมุดขนาดใหญ่
บางคนว่ามันก็เหมือนรายการโทรทัศน์ที่เปลี่ยนมาเรื่อยๆ
เหมือนรายการ mtv..หรือรายการอื่นๆ
แต่สำหรับผมมันไม่ใช่
ผมกลับคิดว่าโลกใบนี้ของผม
มันมีสิ่งสนุกๆให้น่าค้นหาและสัมผัส
ดังนั้น....ในความคิดของผมแล้ว
โลกใบนี้มันก็ไม่ต่างจากสวนสนุกขนาดใหญ่
ที่มีอะไรสนุกๆให้เราพบและสัมผัส
ซึ่งบางทีก็มีบ้างที่เรารู้สึกไม่สนุกกับมัน
แต่บางคราวมันก็นำพาความสนุกมาให้กับเรา
อย่างชนิดที่ว่าคุ้มค่ากับการมีชีวิตอยู่ต่อไป
เพื่อให้ได้เจอเครื่องเล่นอื่นๆในสวนสนุกแห่งนี้
ซึ่งก็คงเปรียบได้กับเรื่องราวต่างๆที่เข้ามาในชีวิต
อาจจะมีทั้งสุขและทุกข์มันก็เป็นเรื่องธรรมดา
เราคงไม่อาจจะแฮปปี้กับเครื่องเล่นทุกชิ้นในสวนสนุกจริงปะ
มันก็มีบ้างที่เราจะเจอกับเครื่องเล่นที่สนุกถูกใจเรา
และมันก็ย่อมมีเครื่องเล่นที่ไม่ถูกใจเราด้วยเช่นกัน
ทำใจยอมรับมันซะก็แค่นั้นหล่ะ
แล้วจะสนุกกับการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้
โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆมากมาย
ทั้งสิ่งที่น่าค้นหาและสิ่งสิ่งที่เราไม่อยากเจอ
November 24 ลอยกระท๊ง...ลอยกระทง..เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาเป็นงานลอยกระทงในมหาวิทยาลัย
เหนื่อยแม่งชิบหาย...แต่ก็คงจะเฉกเช่นเพื่อนๆอีกหลายๆคน
ไหนจะเรียน...ทำงานส่งจารย์...คุมน้องซ้อมบูม..เตรียมงานลอยกระทง
ทำอะไรหลายๆอย่าง..ในเวลาเดียวกัน
คิดๆแล้วถ้าเกิดเราแยกร่างได้...คงจะดีไม่ใช่น้อย
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา...เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก
นับตั้งแต่ช่วงเตรียมงานรับน้องและสถาปนาคณะ
ก็มีตะกุกตะกักกันบ้างกับงานนี้
แต่มันก็ OK งานเสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ดีใจนะ..ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน
แต่ก็มีช่วงเวลาบางอารมณ์ที่ฉุนขาด
จนอาจทำให้เพื่อนหลายๆคนไม่พอใจ
ก็ขอโทษด้วยละกัน...ถ้ากูทำไรให้ไม่พอใจ
เสียอยู่อย่างเดียวปีนี้...ดันพลาดไม่ได้ไปดูน้องๆในขบวนแห่กระทง
วิ่งหน้าวิ่งหลังอยู่คณะแม่งทั้งวัน
ตั้งแต่เช้ายันเย็น......ก็เสือกรับหน้าที่ดูแลงานหน้าคณะนี่หว่า
ตกเย็นมาอยากจะสนุกเหมือนปีก่อนๆก็ไม่ได้
เห็นเพื่อนๆมันได้เต้นได้กินได้แดก
กูหล่ะอิจฉาพวกมึงชิบหาย...
ถ้าไม่ติดว่ากูต้องคอยสำรวจพวกมาป่วนงานนะ
กูจะสนุกแม่งให้สุดๆเลย....แต่เสียดายไม่มีโอกาส
พวกเด็กแว๊น..ขาดงไทบ้านแม่งก็เยอะ
กลัวก็กลัวว่ามันจะมีเรื่องหรือไม่ก็หาเรื่องในงาน
ไอ้ที่กลัวก็กลัวพี่กลัวน้องกลัวเพื่อนโดนลูกหลง
แต่ก็ดีที่งานสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างปลอดภัย
ขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยกันทำงานจนเสร็จสิ้น
ขอบคุณพี่ๆที่ให้คำปรึกษาในการเตรียมงานด้านต่างๆ
ขอบคุณน้องๆปี 1 ที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันกิจกรรมครั้งนี้
ขอบคุณคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์
ที่ทำให้พวกเราพี่น้องได้มาเจอและทำงานร่วมกัน
ผองเราเลือดสีน้ำตาล สมคำขานนามเสนาะเหมาะสร้างสรรค์
แกร่งกล้าคง ทะนงองอาจ หาญประชัน
November 20 ....อุว้า....อะอะอะอะอะ...เกรดตก
หล่นลงมาดังตุ๊บ..!!!
ทั้งจุก ทั้งเจ็บ ทั้งเศร้า ทั้งฮา
คิดแล้วเศร้า..จาก 3. กว่า
หล่นลงมา 2.67...เหอะๆๆๆ
แต่ก็นะ....เหอะๆๆๆ...ช่างมันเถอะ
เทอมนี้เอาใหม่..55555
November 05 ต่อเนื่องจากซับป่าว่านอ่าฮะ....หลังจากกลับมาจากงานซับป่าว่านแรลลี่ครั้งที่5
พักรถได้อาทิตย์กว่าๆ...เรีก็มีอันต้องเดินทางต่อ
เพื่อสนองกิเลสของตัวเอง...จะไปไหนได้หล่ะครับ
ออกพรรษาทั้งทีก็ต้องไปดูบั้งไฟพญานาคที่หนองคายอะดิ
ออกเดินทางด้วยรถคู่ใจไปพร้อมกับพี่น้องและผองเพื่อน
ล้อหมุนจากมหาสารคาม ตี 4 กว่าๆ ถึงอุดร 7 โมงพอดี
วิ่งรถตอนเช้ามืดสนุกชิบหายวายวอด..อากาศก็ดี
รถก็ไม่เยอะ...ถนนว่าอยากขับแบบไหนก็ขับได้
พักรถที่อุดรธานีบ้านเกิดผมเองประมาณ 2 ชั่วโมงได้
ก็ออกเดินทางกันต่อ..เหลือระยะทางอีก 100 กว่ากิโล
ไปพักกินข้าวเที่ยงที่หนองคาย ณ บ้านของพี่ต้าร์
สมาชิกของกลุ่มรุ่นแรก...ปัจจุบันขับแลมเปต้า
ออกเดินทางจากหนองคายก็ประมาณบ่าย 2
ถึงอำเภอโพนพิสัยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางประมาณบ่าย3
หาที่นอนและกางเต้นท์ เสร็จก็ไม่ทำอะไรเบียร์ 5 ลังยังรออยู่
5555555...เอิ๊กส์ๆๆๆๆ...สนุกสนานกันตามประสา
นั่งจนมืดประมาณ 2 ทุ่มได้บั้งไฟลูกแรกก็ลอยขึ้นจากน้ำให้เราได้เห็นเป็นบุญตา
พอเห็นแค่นั้นแหละ..ไม่สนใจอะไรแล้วนั่งซดเบียร์อย่างเดียว
จนประมาณ ตี 1 กว่าๆค่อยนอน...โอยยยย..หลับเป็นตาย
ตื่นแต่เช้าประมาณ 6 โมงกว่าเก็บข้าวของเดินทางกลับสารคาม
ถึงก็ประมาณ บ่าย 3 กว่าๆ เป็นอันจบการเดินทาง
มหาสารคาม-หนองคาย-โพนพิสัย-รัตนวาปี
ระยะทางไปกลับร่วมๆ 700 กิโลเมตร...สนุกหายอยาก
แต่ก็ยังไม่หมดแค่นั้น..555555555
หลังจากนั้นแค่ 1 อาทิตย์ วันที่ 3-4 พ.ย. เราก็ไปต่อ
แต่จุดหมายปลายทางใกล้ๆ อำเภอบ้านด่าน จ.บุรีรัมย์
ระยะทางไปกลับประมาณ 300 กิโลเมตร
แบบว่าไปช่วยงานผ้าป่า...ก็สนุกไปอีกแบบเจอเพื่อนใหม่ตั้งหลายคน
สนุกดี...หลังจากนี้พอแล้วพักรถพักคน...ขอเรียนก่อน
เปิดเรียนแล้ว...ต้องตั้งใจๆ..เทอมที่แล้วเกรดตก
555555.....แต่ก็คงพักรถไม่นานหรอก
เรายังมีภาระกิจรออยู่...แต่ขอโมดิฟายเครื่องใหม่ก่อน
เพราะเรายังมีเส้นทางการเดินสายเหนือรออยู่
มหาสารคาม-เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน
ระยะทางไปกลับ 3000 กว่ากิโลเมตร...5555555
แล้วเจอกันสิ้นปีนี้แน่นอน...5555555555555
October 24 และแล้วเราก็ค้นพบว่า...คำตอบที่ตามหาเป็นอย่างไร..5555และแล้ว....อ่าฮ้า.55555...เราก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำซักที
อุว้า..อะอะอะอะอะอะออะ...สะจายยยยยย
เก็บกดมานาน....อยากมานาน...เป็นไงหล่ะทีนี้
สมใจอยากซักที 5555555
งานซับป่าว่านแรลลี้ครั้งที่ 5...มหาสารคาม - แก่งคอย
ระยะทางไปกลับร่วมๆ 800 กว่ากิโล
สนุก สะจาย เหนื่อย เมา ขับรถจนปวดตูด
ออกจากสารคามฝนก็ตก....ถนนหนทางช่วงอำเภอสีดาน้ำก็ท่วม
แต่ก็ไป...ไปต่อเรื่อยๆ หนุกดี สนองกิเลสและตัณหาของตัวเอง
จากสารคามก็ 5 โมงเย็นไปแวะนอนพักที่โคราชกับเพื่อนๆที่ ม.สุระนารี
เพื่อนๆก็ช่างรู้ใจ สรรหาสุรามาต้อนรับขับสู้...เป็นไงหล่ะทีนี้
เมาหัวทิ่ม...รู้งี้ไปเล่นกับมันตั้งนานแล้ว
อยากกินเบียร์มันก็เลี้ยง....กินกันให้เมาไปข้าง
ตื่นมาเสือกเป็นไข้อีก....5555..เอาเข้าไปชีวิต
ออกทริปงานนี้สะบักสะบอมไปตามๆกัน
ตื่น3 โมงเช้า ขับรถต่อทั้งๆที่ยัง เมาค้างเติ่งอยู่แบบนั้น
ยาก็ไม่ได้กิน...ถึงงานนั่งกินเหล้าต่อ..เอาให้สุดๆ
แต่ก็กินได้ไม่มากหรอก...ไข้หวัดทำพิษ หะหะหะหะ
นั่งกินเหล้ากับพี่ๆจากกลุ่มต่างๆจนงานเลิก รับของที่ระลึกเสร็จ
นั่งกินเบียร์ต่อกว่าจะนอนก็ ตี 2...นอนได้ไม่นานฝนเสือกตกอีก
นอนที่เดิมก็ไม่ได้ฝนสาด...เก็บที่นอนทันที
มานั่งหงอยซอกง๊อกอยู่กับพี่เอ และน้าหมง ผู้จัดงาน
จนฝนซาได้ซักพัก...โธ่...ไอ้เวรเอ๊ย..!!..ไข้ขึ้น
นอนก็ไม่หลับยันเช้า...สรุปคืนนั้นแทบไม่ได้นอน
กระสับกระส่ายทั้งคืน..5555...จนตี 5 กว่าเลยลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน
เก็บของสัมภาระขึ้นท้ายรถมอเตอร์ไซคู่ใจ...ขับออกมารอพี่ที่ปั๊มน้ำมัน
ไม่รีรออะไรแล้ว เจ๊ ไทรีนอลแฝง 1 ด่วน...ไม่ไหวแล้ว
กรอกยาเข้าไปตามด้วยน้ำเปล่า..บวกกับขนมปังอีก 2 ก้อน
เติมน้ำมันเต็มถัง...ดูนาฬิกา 7 โมงกว่าๆ ...ยังเช้าอยู่เลย
อยากนอนซักงีบแต่อดเอา..กลับไปนอนที่สารคามดีกว่า
ขับรถกลับจาก แก่งคอย 7 โมงกว่า ถึงสารคาม บ่าย 2
กินข้าวที่ร้าน 99 ผัดไทย เอาของที่ระลึกให้พี่
พูดคุยกันอีกนานเติบ...กินโค้กเย็นๆหมด 2 ขวดใหญ่
เลยขับรถกลับมานอนที่หอ...ตื่นอีกที 5 ทุ่ม
เหนื่อยได้ใจจริงๆ....แต่ก็สนุกดี ได้ทำอะไรที่อยากทำ
รอหน่อยนะหนองคายที่รัก...ออกพรรษาเจอกัน
เราจะขับรถคู่ใจไปเยือนพร้อมกับพี่น้องและผองเพื่อน..55555
October 04 เข้ากันได้ดี...scrubbไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอกับวันที่ดี ที่เราอยู่ตรงนี้
แค่เพียงแรกเจอรู้สึกทันที เหมือนว่ามีอะไร
เมื่อเราได้คุยก็พอรู้ และดูว่ามันก็คงมีความ ระหว่างสองเราคงมีอะไร เชื่อมข้างในให้ถึงกัน
( ต่างคนต่างเข้าใจ ) อย่างง่ายดาย ต่างกับคนทั่วไป ) มันมากมาย
( ต่างความคิดข้างใน ) ว่าคิดกันอย่างไร
อาจมีหลายทีที่สับสน กี่คนผ่านมาและคงต้องผ่านไป แต่เมื่อพบเธอมันต่างกันไป เพราะว่าฉันมั่นใจ
หากวันนี้ราจะจบลง ก็คงจะเป็นอะไรที่ผิดไป เมื่อได้พบคนที่เคยวาดไว้ เข้ากันดีกับหัวใจ
( ต่างคนต่างเข้าใจ ) อย่างง่ายดาย ( ต่างกับคนทั่วไป ) มันมากมาย
( ต่างความคิดข้างใน ) เข้ากันดีกับที่หัวใจบอกไว้
* ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่ขวาไม่ซ้าย ไม่สมบูรณ์ไป ไม่มองแง่ร้ายหรือเอาแต่ใจ แต่มีอะไรไม่ธรรมดา
ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่เร็วไม่ช้า ไม่น้อยเกินไป แต่มีอะไรที่ดีกว่าใคร ลงตัวกับใจ อยู่กันได้พอดี
ต่างคนต่างเข้าใจ ต่างกับคนทั่วไป ตอบความจริงข้างใน เข้ากันดีกับที่หัวใจบอกไว้
ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอกับวันที่ดี ที่เราอยู่ตรงนี้
แค่เพียงแรกเจอรู้สึกทันที เหมือนว่ามีอะไร
.
.
.
.
.
.
.
ไม่มีไรหรอกชอบเพลงนี้ก็เลยเอามาลงเฉยๆ
ความหมายดี ทำนองใช้ได้
สรุปเพลงนี้โดนใจ September 29 ไม่มีสิ่งใดเป็นความจริงนั่งคนเดียวแล้วมองกระจกที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ
โดดเดี่ยวกับความเหงาอยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น
ฟังเพลงเดิมๆที่เรารู้จักแต่ไม่รู้ความหมายของมัน
และจะได้หลับตาลงอีกครั้งแล้วพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์
หากความรักเกิดในความฝัน
เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน
ปฏิทินไม่บอกคืนและวันอย่างที่ฉันไม่เคยต้องการ
ก็อยากให้เธอได้พบกับกับฉัน
เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน
จูบเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์
ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป
โดยไม่รู้จักเธอ
.
.
.
.
.
.
.
.
เพลงแต่ละเพลง
บทความแต่ละบท
ในแต่ละท่วงทำนอง
ในแต่ละเพลง
ล้วนแล้วแต่มีความหมายในตัวของมัน
เพลงบางเพลง
อาจจะมีความหมายที่ซึ้งกินใจ
บางเพลงอาจจะความหมายแค่พื้นๆ
แต่ที่ยกเอาเพลงนี้มา
เพลงไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ
ของวง อาร์พาร์ตเม้นคุณป้า
ก็เพราะมันกินใจดี
ความหมายเหมือนกับว่า
คนๆนึงมีชีวิตอยู่แต่กับตัวเอง
ไม่เคยได้พบความรักในชีวิตจริง
เขาเพียงแค่พบความรักแค่ในความฝัน
แล้วก็เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
พอตื่นขึ้นมาความรักนั้นก็จากหายไป
พบแค่เพียงความว่างเปล่า
อยู่กับความเงาและตัวของตัวเองอีกครั้ง
แต่เขาก็ยังพยายามที่จะแสวงหาความรักในชีวิตจริง
.
.
.
.
.
ก็คงจะเหมือนๆกับชีวิตของคนเรามั๊ง
บางคนพยายามค้นหาสิ่งต่างๆ
แต่ก็ไม่พบคำตอบของสิ่งนั้นๆ
คนบางคนก็ค้นพบคำตอบเจอ
แต่สำหรับบางคนอาจจะหามันไม่เจอไปชั่วชีวิต
บางสิ่งบางอย่างบางที่ยิ่งค้นหามัน
ก็เหมือนมันจะยิ่งไกลห่างเราไปเรื่อยๆ
แต่บางสิ่งไม่ต้องค้นหามันก็มาปรากฏต่อหน้าเรา
ไม่มีสิ่งใดแน่นอน
สิ่งที่คิดว่าชัวร์ก็อาจจะไม่ชัวร์
สิ่งที่ไม่ชัวร์อาจจะชัวร์ก็เป็นไปได้
อาจจะแล้วแต่โชคชะตาของแต่ละคน
ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไหร่หรืออีกนานแค่ไหน
เราจะพบเจอกับสิ่งที่เราค้นหา
มันอาจจะมีวันที่เราพบมัน
หรือบางทีเราอาจจะไม่เจอคำตอบไปชั่วชีวิต
ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไหร่ที่เราจะพบกับมัน
ชีวิตเราเพียงแค่ค้นหามันไปเรื่อยๆ
September 23 มันคงจะดีนะ มันคงจะดีถ้าวันนี้ผมมี 10มือ แล้วทุกคนบนโลกก็มีเหมือนกัน
มันคงจะดีถ้าทุกๆคนมีสมองที่ปราดเปลื่อง
มันคงจะดีถ้าเกิดวันนี้คนอยู่สบายขึ้น
มันคงจะดีถ้าเรามีเงินล้นฟ้า
มันคงจะดีถ้าเรานึกสิ่งใดแล้วก็ได้มันมาโดยง่ายดาย
มันคงจะดีที่เรารักใครแล้วเขาจะรักเรา
มันคงจะดีที่ทุกคนไม่ต้องพบความผิดหวัง
แต่มันคงไม่ดีถ้าชีวิตเราเป็นเช่นที่กล่าวมา
ถ้าเรามี 10 มือ ชีวิตคงอาจจะยุ่งยากมากขึ้น
เพราะต้องทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกัน
ถ้าทุกคนล้วนนสมองปราดเปลื่อง
ในโลกอาจเต็มไปได้อะไรก็ไม่รู้ที่เราคาดเดาไม่ได้
ถ้าเรามีชีวิตที่สุขสบายแล้วเราจะรูจักความลำบาก
ความอดทน การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดได้อย่างไร
ถ้าเรามีเงินล้นฟ้าก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีความสุขจริงปะ
ถ้าเราได้ทุกสิ่งอะไรมาง่ายๆเราคงไม่เห็นความสำคัญของสิ่งนั้น
ถ้าเราสมหวังในคามรักอยู่ตลอดและไม่เคยพบความผิดหวัง
แล้วเราจะเรียนรู้ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร
ถ้าเราไม่เคยได้เรียนรู้จากความผิดหวัง
แล้วเก็บมันมาเป็นประสบการณ์สอนตัวเราเอง
September 17 ............แบบว่า...........นั่งปลดปล่อยความคิด ไปกับลมกับฟ้า
ให้สมองที่มันอ่อนล้าได้พักผ่อนคลายซะบ้าง
หลังจากเมื่อวันก่อนโน้นนนนน.....เกิดอาการเซ็งจิต
แล้วจนถึงนะเวลานี้....ก็ดีขึ้นนิดนึง
มีอารมณ์เริ่มที่จะทำงานกับเขาซะที
.
.
.
.
.
.
เมื่อไหร่จะปิดเทอมวะเนี้ย....อยากไปขับรถเล่นแล้ว
ขับไปเรื่อยๆ...เหนื่อยก็พัก.
ปลดปล่อยความคิดและอารมณ์ไปกับสายลมที่พัดเข้ามา
สูดดมกลิ่นอายความอิสระของชีวิตอีกครั้ง
หลังจากที่มันหายไปจากชีวิตนานซะเหลือเกิน
คิดถึงทิวทัศน์ข้างทางบรรยากาศเดือนตุลาคม
ทุ่งนาที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นข้าว
สายลมเย็นสบาย...อากาศสดชื่นของธรรมชาติ
สีดำของถนนทางหลวงตัดกับสีเขียวแห่งท้องทุ่ง
มันช่างได้บรรยากาศซะเหลือเกิน....อืมมมมม
ไม่ต้องอะไรมากมาย..รถ 1 คัน กับเพื่อนที่รู้ใจ
ไปไหนไปกัน...นึกขึ้นมาแล้วก็คิดถึงบรรยากาศแบบนั้น
อยากจะสัมผัสกับมันอีกครั้ง...แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนถึงจะได้สัมผัสอีก
ความอิสระของชีวิตในแบบที่เราต้องการ
อิสระที่เหมือนกับสายลม....และสายน้ำ
ลื่นไหล..และนุ่มนวล..ไร้ขอบเขตปิดกั้น
ไร้ซึ่งกรอบ.....และกฎเกณฑ์ข้อบังคับ
September 14 อืมมม...วันนี้ช่างเงียบเหงาทำไมเวลามันเหมือนเริ่มจะช้าลง
ทั้งที่จริงมันก็เดินไปเรื่อยๆ
เหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา
เพราะอะไรทำไมรู้สึกเซ็งเช่นนี้
รู้สึกเบื่ออะไรบางอย่าง
จนทำให้บางเวลาอยากจะนั่งอยู่เฉยๆ
เพียงลำพัง...เพียงคนเดียว
อยู่ในโลกของเราเอง
ไม่ต้องพบและเจอะเจอกับใครหน้าไหน
ทำไม...ทำไม...และทำไม
ทั้งที่ตามความเป็นจริง
ณ เวลานี้ควรที่จะต้องแอ๊คทีฟตัวเองแล้ว
งานหลายๆอย่างใกล้ถึงกำหนดส่ง
แต่มันไร้ซึ่งแรงจูงใจในการทำงาน
ไม่ใช่เพราะว่าเหงาเพราะไม่มีแฟนหรอกนะ
แต่มันบรรยายไม่ถูก...เซ็ง.เบื่อ.ล้า.เหนื่อย
และก็แบบไม่รู้สาเหตุด้วย...ว่าเพราะอะไร
เหมือนกับช่วงนี้มันขาดสีสันอะไรบางอย่างไป
ขอบ่นหน่อยเถอะ...เผื่ออารมณ์กูมันดีขึ้น
กูจะได้มีแรงจูงใจทำนั่ยทำนี่
ไม่ใช่หงอยอยู่แบบนี้
อ๊ากกกกกๆๆๆๆๆๆ....แม่งเอ๊ย..!!!
เป็นห่าเหว...เหี้ย อะไรวะเนี้ย
เฮ้อ.......ไม่รู้สึกดีขึ้นเรยซักนิด
แม่งเอ๊ย!.....สัด
ด่าตัวเองเล่นๆ...ประชดชีวิตไปในตัว
ถ้าเกิดหลังจากส่งงานเสร็จแล้วรู้สึกดีขึ้น
ก็คงจะดีมาก...แต่ถ้ายังเหมือนเดิมแม่งก็ซวยไป
งานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....แล้วก็งาน
ทั้งงานตัวเอง งานกลุ่ม งานคณะ
ยังมีอีกหลายอย่างที่กูยังทำไม่เสร็จ
แล้วก็เสือกหมดแรงจูงใจในกการทำงานซะงั้น
แมร่งเอ๊ย!!! ....เซ็งงงงงงง....
September 01 อืมมม....เกิดอาการเมานิดๆเมื่อวานแทงบอล...โชคดีโคตรๆ ถูก step 600 กว่าบาท...ก็ดีนะที่ถูกหลังจากที่ไม่ได้เล่นมานานมากพอสมควร
กี่ปีแล้วนะ ตั้งแต่...ม.3 ม.4 ได้มั้ง...กี่ปีแล้วก็ไม่รู้ที่ไม่เล่นบอลเลย......อะไรคือจุดเริ่มต้นกันนะที่ทำให้เราโชคดี
.....................................
ทุกสิ่งทุกอย่าง....น่าจะเริ่มจากจุด จุดเล็กๆที่เรียงต่อกันเป็นเส้นสาย...นำทางนำสายตาไปยังเป้าหมาย
จากจุด สู่อีกจุด....เกิดเส้นในทาง 2 มิติ....เส้นต่อเส้นเรียงต่อกันเกิดระนาบรองรับสิ่งต่างที่จะเกิดขึ้น
ระนาบต่อระนาบ...เกิดเป็นปริมาตรห้อมล้อมสิ่งต่างๆ....ในที่นี้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัว.....
สถาปัตยกรรมเริ่มจากสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น....จุดนำสายตาเกิดเส้น...เรียงต่อกันเป็นระนาบห่อหุ้ม
บอกเข้ากับ concept ที่ผนวกเข้ากับ function พัฒนาเป็น space ที่มีประโยชน์ใช้สอยแก่คน
.....................................
บางทีบางคนอาจจะพบว่า.......สิ่งเล็กๆมักเป็นรากฐานของสิ่งใหญ่ๆเสมอ
ฐานรากไม่สามารถอยู่ได้ถ้าปราศจากเม็ดทรายเล็กๆที่อัดแน่นรองรับน้ำหนัก
อารคารสถาปัตยกรรมไม่สามารถอยู่ได้ถ้าขาดอิฐ หิน ปูน ทราย หรือสิ่งอื่นๆ
ประกอบเข้าด้วยกัน...ยึด ผสาน..โครงสร้างต่างๆให้แก่ตัวสถาปัตยกรรม....
โดยที่ไม่สามารถขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปได้...มากไปหรือน้อยไปก็ไม่ดี....
.....................................
หรือบางทีมันก็คล้ายๆบคนเรา.....คนเราคงไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้
หากไม่รู้จักที่จะยืนขึ้นด้วยขาทั้งสองข้างของตนเอง...ทุกอย่างคือ basic
คือพื้นฐานที่จะเป็นฐานเป็นประสบการณ์ให้แก่เราได้รู้จักการเรียนรู้เพื่อวันข้างหน้า
ประสบการณ์ต่างๆเป็นสิ่งมีค่าและควรค่าแก่การจดจำ.....เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ
เพื่อการเรียนรู้และการตัดสินใจในเรื่องและสิ่งต่างๆที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต
คนเราคงจะไม่สามารถที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ถ้าหากขาดประสบการณ์จริงหรือไม่
ทั้งที่ประสบการณ์ต่างๆเป็นเพียงสิ่งเล็กๆที่ผ่านเข้ามาให้เราได้สัมผัสในแต่ละวัน
.....................................
และจากประสบการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิต......ผมก็ค้นพบว่า
สิ่งเล็กๆที่ไร้ค่ามักเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ
|
|
|